
คุมฝากขัง 4 ผู้ต้องหาคดีฆ่าฝังดิน "ป๋อง" ก้มหน้านิ่ง ส่วน "ธง" ร่ำไห้ อ้างถูกบังคับให้ลงมือ ญาติผู้เสียชีวิตเรียกร้องลงโทษสูงสุด
คุมฝากขัง 4 ผู้ต้องหาคดีฆ่าฝังดิน "ป๋อง" ก้มหน้านิ่ง ส่วน "ธง" ร่ำไห้ อ้างถูกบังคับให้ลงมือ ญาติผู้เสียชีวิตเรียกร้องลงโทษสูงสุด
วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ในคดีฆาตกรรมอำพรางศพฝังดินในพื้นที่ ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ไปขออำนาจศาลจังหวัดพัทยาฝากขัง ประกอบด้วย นายฑณา หรือ "ป๋อง" เกิดทอง อายุ 43 ปี, นายธงชัย หรือ "ธง" ศรีนิล อายุ 39 ปี, นายอัษฎางค์ หรือ "บอล" และนายชัชนันท์ หรือ "ฟลุ๊ค"
ก่อนหน้านี้ นายป๋องและนายธงให้การรับสารภาพในคดีฆ่า 2 พี่น้องชาวรัสเซีย ก่อนที่นายธงจะรับเพิ่มเติมว่า ยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรมพ่อแม่ลูกอีก 3 ศพ ซึ่งก่อเหตุเพื่อประสงค์ต่อทรัพย์ พร้อมนำเจ้าหน้าที่ไปชี้จุดฝังศพ จนพบร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 3 ราย ซึ่งเป็นบุคคลที่ญาติได้แจ้งความคนหายไว้ก่อนหน้านี้ และมีการซัดทอดผู้ร่วมก่อเหตุอีก 2 คน จนนำไปสู่การจับกุมทั้งหมด
ระหว่างการควบคุมตัวขึ้นรถผู้ต้องขัง ญาติของผู้เสียชีวิตทั้ง 3 รายได้ตะโกนต่อว่าผู้ต้องหาด้วยความโกรธแค้น โดยนายป๋องมีสีหน้าเคร่งเครียด ก้มหน้าและไม่ตอบคำถามสื่อมวลชน ขณะที่นายธงร้องไห้ พร้อมกล่าวขอโทษผู้เสียชีวิตและอ้างว่าถูกนายป๋องบังคับให้ร่วมก่อเหตุ ก่อนเจ้าหน้าที่นำตัวทั้งหมดไปฝากขังต่อศาลจังหวัดพัทยา
พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาหลายข้อหา ประกอบด้วย ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยแต่งกายเลียนแบบตำรวจ มีอาวุธปืน และใช้ยานพาหนะเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, ร่วมกันมีและครอบครองอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร, ร่วมกันครอบครองลูกระเบิด, ร่วมกันแสดงตนเป็นเจ้าพนักงาน, ร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยว รวมถึงร่วมกันซ่อนเร้น อำพราง และทำลายศพเพื่อปกปิดการกระทำความผิด
ด้านญาติของผู้เสียชีวิตทั้ง 3 ราย เปิดเผยว่า เดินทางมายังสถานีตำรวจเพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมและติดตามขั้นตอนการฝากขังผู้ต้องหา โดยไม่ประสงค์เผชิญหน้าหรือพูดคุยกับผู้ต้องหา เนื่องจากยังคงรู้สึกโกรธแค้นและสะเทือนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมเรียกร้องให้ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทุกคนจนถึงที่สุด และเห็นว่าควรได้รับโทษสูงสุดตามกฎหมาย เพราะเกรงว่าหากได้รับการปล่อยตัว อาจกลับไปก่อเหตุซ้ำ
นอกจากนี้ ญาติยังฝากถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เพิ่มความสำคัญกับคดีคนหาย เนื่องจากตลอดช่วงเวลาที่ครอบครัวติดตามผู้สูญหาย แทบไม่ได้รับความคืบหน้าที่ชัดเจน พร้อมเรียกร้องให้มีการตรวจสอบแรงจูงใจ เส้นทางการเงิน และบุคคลอื่นที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อให้ความจริงปรากฏและคืนความเป็นธรรมแก่ผู้เสียชีวิตทั้งหมด
